Korea-Trip

Fallin' in love again!!!

posted on 22 Mar 2011 13:19 by superpororo in Korea-Trip


แอบแว๊บมาอัพอะไรซักหน่อย ทิ้งบล๊อคร้างไปนานมากกกกกก พอดีเมื่ออาทิตย์ก่อน กลับมานั่งอ่านที่ตัวเองเขียนในบล๊อค อ่านไปยิ้มไป แล้วเลยรู้สึกว่าทิ้งไปนานเหมือนกันแฮะ


ที่หายไปก็ไปมีภารกิจโอท็อปอะไรอยู่ ปีกว่าๆเชียว ช่วงนั้นก็ยังงิงะแจอยู่เรื่อยๆนะ แต่สารภาพว่ามันไม่ได้มีเรื่องแจเรื่องเดียวให้สนใจ จิตใจมันก็เลยไปอยู่กับอะไรที่มันสนใจตอนนั้น มีชีวิตที่อยู่ใกล้กัน เจอกันมาก ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเป็นของตัวเอง จนถึงวันๆนึง อะไรบางอย่างก็ทำให้เรามีปัญหากัน ช่วงนั้นเฮิร์ทมาก มันเป็นความเสียใจที่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะสถานะเริ่มต้น เราก็คือแฟนคลับ เค้าก็คือศลป สถานะมันต่างกันแค่ไหน - - (ขอพร่ำเพร้ออีกซักนิดละกัน) กว่าจะผ่านพ้นช่วงสาหัสไปได้ ก็เล่นเอาแย่ไปหลายวัน ณ วันที่เหมือนจะโอเค ได้คุยได้เคลียร์กัน ก็มาเจอกันอีกครั้ง แต่มันเหมือนจะไม่ใช่ ไม่รู้ว่าเราหรือเขาที่เปลี่ยนไป มันไม่เหมือนเดิมไปแล้ว ไม่ใช่จริงๆ T T (ดราม่าแบบโศกาอาดูร)

หลังจากนั้นมาก็ดีขึ้นนะ ทำใจได้มากขึ้น แต่ก็คิดอยู่ตลอดเวลา ไปไหนก็มีแต่อะไรให้นึกถึง แต่มันก็ไม่ถึงกับเสียใจจนต้องร้องไห้เหมือนเมื่อก่อน ก็กลับมาใช้ชีวิตของเรา มีเวลาให้ตัวเอง ทำกิจกรรมที่ตัวเองเคยทำ ชีวิตมันก็ล่องลอยอยู่พักนึงแหละ

จะเรียกว่าเป็นโอกาส หรือจังหวะ หรืออะไรก็ตาม มันเลยทำให้เกิดทริปสิ้นคิด(ที่ชีหมูและเค้าเรียก) เอาจริงๆนะ ถ้าชีวิตยังอยู่กับโอท็อป ณ วันนั้น ก็อาจจะไม่ได้ตัดสินใจอะไรไปแบบนี้ เพราะเรื่องที่เราสนใจและให้ความสำคัญมันไม่ใช่เรื่องนี้

คือจริงๆอะ ไม่เคยไม่รักแจหรอก(หลายคนก็แบบกัวว่าจะเลิกรัก) คือ ณ เวลานั้นก็ยังงงๆตัวเองนะ ตั้งคำถามมากมายว่า เราสามารถรักคนสองคนได้ในเวลาเดียวกันได้เหรอ เพราะไม่เคยเป็น แต่มันก็เป็นไปแล้ว ก็รักทั้งคู่ รู้สึกผิดกับแจเป็นบางครั้ง ที่เราเหมือนจะรักน้องน้อยลงไป(ทำเอาจิตตกไปอยู่พักนึง) แต่เค้าว่ามันขึ้นอยู่การให้ความสนใจในช่วงเวลานั้นๆ มันก็ขึ้นๆลงๆกันไปบ้าง ตามความรู้สึกที่ได้รับ อย่างว่าแหละ คนตรงนี้เราอยู่ใกล้ และเราได้ใกล้ ได้ทำอะไรนู่นนั่นนี่ด้วยกัน มันก็ต้องมากกว่าเป็นธรรมดา แต่ก็นะ มันไม่แน่นอนจริงๆ เฮ้อ... ยังไม่คิดเลยว่าวันที่ต้องห่างกันมันจะมาถึงเร็วขนาดนี้

ยังบ่นไม่จบ5555 ขอสักนิด ไม่มีที่จะระบาย 5555

นั่นแหละ จะมาเข้าเรื่อง ว่าทำไมมันเกิดทริปสิ้นคิดนี่ขึ้นมา ปัจจัยหลายอย่างมันผสมผสานกันอย่างลงตัว(เหรอ???)



จิงๆอยากจะมาเขียนไว้ตั้งแต่งานที่แล้วแระ ตกหล่นไปสองงาน ตอนโชว์เคสที่ไทยกับคอนjyjที่เกา แต่ไม่สามารถขุดความรู้สึกมาได้แระ จะลืมความทรงจำช่วงนั้นมั้ยเนี่ย - -


ทริปนี้มันมีแววของการไม่มีสติมาพักนึงแล้วหละ รู้มาพักนึง แต่ก็พะยามจะไม่เชื่อ หลับหูหลับตาเช็คไปทุกวัน และพะยามบอกกันเองว่าไม่เชื่อ หาเหตุผลมาสร้างความเชื่อมั่นก็ดูแบบไม่น่าจะเป็นไปได้ ผ่านไปวันแล้ววันเล่า(นี่แกรเล่านิทานอีสปเรอะ) กว่าจะเชื่อและมั่นใจว่าแจจะมาคือเช้าวันศุกร์ (คือวันพะหัสเนี่ย คิดว่ามันจะไม่มาแล้วนะ แต่อีกทีก็คิดกันว่าหรือน้องมันจะเกรียน ก๋ากั่นไรงี้) เหตุการณ์วันศุกร์เช้า ใครตามทวิตอยู่คงเห็นว่าแม่ๆแจเสียสติกันแค่ไหน คือมันแบบรู้สึกว่า จิงอะ มันจิงใช่มะ โอยยยยย ทำไมๆ แล้วไงหละ อินี่ก็สิ้นคิดไง คิดไวกว่าอะไรทั้งปวง พิมถามไปในห้องที่คุยว่า “บินมะ “ตามมาด้วยคำตอบที่ว่า “บิน” อีกคนก็ “ไปเลย” เลยเกิดกระบวนการถัดมา จัดการเช็คไฟลท์ จองตั๋ว ออกตั๋ว ทำมันวันเดียวเนี่ยแหละ สติมีขึ้นมาทันที จัดการทุกอย่างอย่างรวดเร็ว... ขอร้องว่ารอบหน้า ช่วยห้ามกันนิดนึงนะ - -

”เงินไม่มี แต่ใจมันมี(มาก) เลยช่างหัว(เงิน)มัน5555” สโลแกนใหม่ ไฉไลสุดๆ



จิงๆรอบนี้ก็ยังเกิดอะไรๆที่มันไม่สมบูรณ์นะ คือมันไม่ถึงกับทำให้ล่มแต่ก็ไม่สมบูรณ์ ก็จดไว้เป็นบทเรียนรอบหน้า คือไปตามน้องไปเจอน้องอะไร ต้องมีบทเรียนให้เราได้จดจำทุกรอบจริงๆเหอะ


เลิกงานก็กลับไปเก็บของ หยิบเอาไปเท่าที่จำเป็น คว้ากล้องคู่ใจ แล้วก็ไปนัดเจอชีหมูที่ไปแลกเงินมา ที่สยาม กินข้าวไรกัน ก็มุ่งหน้าไปสนามบินแบบลอยๆ นี่กรูกำลังจะบินใช่มะ - - เร็วไป เหมือนยังไม่พร้อม

ขาไปก็ดีจัง อยู่ดีๆก็ได้อัพบิส นอนราบหลับสบาย ใจก็อยากดูหนัง(หนังบนเครื่องใหม่มากกกก) แต่ก็รู้สึกว่าควรนอน

ดื่มวอดก้าเบาๆไปหนึ่งแก้ว กึ่มๆย้อมใจ555




ถึงเกาก็ต้องเผชิญสภาพทรหด คือการหาที่พัก ยังดีที่อากาศเย็นสบาย ค่อนไปทางหนาวแต่ใส่เสื้อแจ็กเกตตัวนึงก็ไหวอยู่ ถ้าไม่ต้องอยู่ข้างนอกนานๆ ตอนแรกคุยกันว่าจะเข้าไปนอนในเมือง ที่เดิมๆที่เคยนอน เพราะรู้จักและไม่ต้องไปเดินหา แต่พอคิดว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเพื่อไปสนามบินแต่เช้า เลยคิดได้ว่าควรหาที่พักใกล้ๆ ใช้อากู๋ช่วยก็ได้ที่อยู่ในละแวกหนามบินเนี่ยแหละ นั่งshuttle busไปสองป้ายถึง ก็ไงหละ เดินหากันสิ ลุงนี่บอกให้เดินไปทางนั้น ลุงนั้นก็บอกให้เดินไปทางนี้ เดินไปเดินมา จนถึงลานหญ้ากว้าง ยังไม่เห็นเจอที่พัก(ตามแผนที่คาดว่ากลายเป็นรร.ไปแล้ว) ตัดสินใจว่าจะนอนรร. มันก็เต็ม หนุ่มจ๊ะที่รร.ก็น่ารักมากแนะนำว่ามีเกสเฮ้าส์ ไปถามก็เต็มอีก สรุปใช้เวลาหาที่พักหลอกลวงนี่อยู่ชม.ครึ่ง ต้องกลับมาตั้งต้นใหม่ที่สนามบิน - - ได้น้องinformationช่วย ถามแต่แรกก็เสร็จไปแล้วมะ นั่งรถเมล์ไปสิบกว่านาทีก็ถึงที่หมาย ว่าจะเดินหาว่าจะนอนโมเตลไหน แต่ก็เอาที่น้องเค้าแนะนำนั่นแหละ สภาพก็นะ เหมือนโมเตลที่ไว้ทำกิจกรรมแบบนั้น5555 ห้องสะอาดสะอ้าน มีคอม มีเนต ทีวี น้ำดื่ม พร้อม(เคยไปที่นึงจะมีกระจกบานใหญ่ติดอยู่ข้างเตียงเลย) ห้องอาบน้ำมีกระจกไว้ส่อง ก็คิดกันเองไว้ส่องอะไรนะ5555 ด้วยความที่เราไปเร็ว ถึงประมาณ11ครึ่ง อะจุมม่าก็ตื่นหัวฟูขึ้นมาคุยกับเรา ห้องปกติ โอมันโอชอนอน ห้าหมื่นห้า แต่อะจุมม่าว่ามันเพิ่ง11ครึ่งเอง ขอเป็น หยุกมัน ก็เลยเอาก็เอาวะ ไม่ไหวแระ ง่วงเกินขีดจำกัด

นั่งเช็คข่าวอะไรอีกหน่อยก็ล้มตัวลองนอนกัน หลับตั้งแต่เที่ยงยันหกโมงเย็น ลึกสุดๆไม่มีคำว่าตื่น - - พอขยับสารร่างได้ก็ขออาบน้ำอาบท่าหน่อย แล้วก็ออกไปกินข้าว ใกล้ๆมีลอตเต้มาร์ทพอดี เป็นข้าวมื้อเดียวที่กินที่เกา ชีวิตกรูมันอะไรกันเนี่ยยยยยย กินเสร็จก็ไปเดินซื้อของ ซื้อหนมอะไรไป กลับมาถึงง่วงอีกแระ5555 วิเคราะห์กันได้ว่า อุณหภูมิมีส่วนทำให้เราง่วง เพราะพออยู่ที่หนาวๆแล้วมาอยู่ที่อุ่น ตามันล้าๆบอกไม่ถูก...



ตอนเดินๆซื้อของยังคุยกันอยู่เลยว่า มะวานเพิ่งอยู่ไทย ไมวันนี้มาเดินอยู่นี่ซะแล้ว เร็วไปเนอะ แต่ดีใจที่จะได้เจอน้อง ตื่นเต้นด้วย สารพัดสารเพจะกังวล



ตื่นมา ความเวิ่นก็ยังมีนะ เวลาบินตามเนี่ย ความเครียดมันทวีคูณ น้องไม่เคยเปลี่ยนไฟลท์กะทันหันถ้าไม่มีเหตุ อินี่ก็ปสด.เช็คไฟลท์เช้าเย็นๆ ตื่นมาก่อนจะบินก็ยังเช็ค ออกจากที่พักฝนก็ดันตกอีก แต่เดินไปที่รถไฟไม่ไกลเท่าไหร่ นั่งสองป้ายถึงสนามบิน เวิคจิงๆที่พักย่านนี้ ต้องจำไว้เผื่อมีทริปสิ้นคิดรอบหน้า555



ไฟลท์นี้บิน10.05 น้องมาถึงซัก8โมงได้ แต่อยู่ในรถ รอทีมงานจัดการอะไรให้เรียบร้อยก่อน ลงรถมาทีนึง(ดีใจลึกๆอยู่คนเดียว เจอน้องแล้ววววว เราไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้วนะ T T) แล้วกลับขึ้นไปใหม่ เพื่อ??? ชอบลุคการแต่งตัวรอบนี้มาก กางเกงยืน รองเท้าผ้าใบ สะพายเป้ เป็นเด็กผู้ชายสุดๆ คือปกติน้องแต่งตัวออกแนวแฟชั่นนิดนึง พอแต่งแบบดูสบายๆมันเลยดูเพลินตาไงไม่รู้ รักจัง งื่อออออ ><~


มุมนี้หล่อไป หล่อเกินไป โฮกกกกกกกกกกกกกกกก





มายบอยยยยย แต่งตัวเด็กๆ กางเกงขาม้า รองเท้าผ้าใบ




อันนี้ตอนเข้ามาในตัวตึกแระ ก่อนไปถึงบอดดิ้ง แฟนส่วนใหญ่จะวิ่งข้างหน้า คือวิ่งตามเข้ามาแล้วตกใจ ทำไมมาอยู่หลังแจ




ผ่านสแกนเช็คตม.อะไรกันไป ก็มีปัญหาติดสแกนเหมือนเดิม ประจำเลย ไม่รู้ว่าพกอะไรใส่กระเป๋ามาให้มันติดทุกรอบ ผ่านมาเสร็จก็เป็นภารกิจให้ของจากกะเหรี่ยงไทย เอาจริงๆนะ คือเค้าเนี่ยเป็นคนขี้อาย ถ้าอยู่คนเดียวถึงกล้า(เพราะไม่รู้จะหาตัวช่วยจากไหน) แต่พอมีเพื่อนก็ให้เพื่อนทำไง เป็นหน่วยผลักและดัน ให้ชีหมูเดินเข้าไปหาแจ(หลังจากที่เพื่อนจีนนำทัพไปก่อนแล้ว) ส่วนเราแค่ได้ยืนดูใกล้ๆ... ตอนให้ของก็เห็นเกี่ยวรับถุงไป แล้วน้องหันไปคุยกะพี่ทีมงานพอดี เป็นช่วงจังหวะกับที่ชีหมูพูดอะไรกับน้อง น้องเลยหันกลับมาแล้วก้มตัวลงมาฟัง แล้วก็ยิ้มแบบเขิลๆ น่ารักมากอะ โอยยยยยย


จากตรงนั้นก็เดินไปจัดการเรื่องเปิดโรมมิ่งอะไรกัน ชอบเวลาน้องเดิน แล้วเราเดินตาม ได้เห็นอิริยาบถเด็กๆ เดินกอดคอพี่ทีมงาน โยกไปโยกมา น้องมันน่ารักจัง (โฮกกกกกกกก) คือจริงๆก็รู้ว่าน้องรู้ว่าใครตามบ้าง มันไม่ได้ตามกันเยอะ แล้วหน้าผากเราก็คงมีตัววิ่งอยู่ว่า “บ้าดารา” ไรงี้ พอน้องใส่แว่นดำเนี่ย เราก็ลำบากกว่าน้องไปเลย คือเราอยู่ในที่โล่ง น้องอยู่ในที่ลับ มองอะไรก็ไม่รู้อะ แต่จิงๆมันก็ดีไปอย่าง พอน้องใส่แว่นดำ เวลาน้องจะมองอะไร (สมมติ เช่น มองเรา) น้องจะหันหน้าตรงมาเลย ซึ่งปกติถ้าน้องไม่ใส่แว่นแล้วน้องจะมอง น้องจะแค่เหล่ คงเป็นอีกจุดนึงที่น้องทำไปแบบไม่รู้ตัว 5555 แต่ชั้นรู้นะ ^ ^

น้องก็ขึ้นไปกินข้าว ร้านนี้ทำใหม่ รอบที่แล้วไปยังไม่มี เป็นที่กินข้าวที่มีชั้นสอง ขึ้นได้ทั้งสองด้าน แล้วมีทางเชื่อม คิมแจขึ้นไปก็หาห้องน้ำ(ที่อยู่ตรงทางเชื่อม) แล้วก็คงไม่รู้ว่ามีคนมองอยู่ เลยหาวซะปากกว้าง กี๊ดดดดด เป็นธรรมชาติมาก น่าร๊ากกกกก(คือถ้าคนอื่นหาวคงไม่กี๊ดเท่านี้ แต่นี้เป็นท่านคิมนะคะ ท่านคิมที่ชอบเก๊ก555) แล้วก็เดินเลยห้องน้ำชายไปถึงห้องน้ำหญิง - - พอรู้ว่าไม่ใช่เลยวกกลับมา พอเดินเข้าไป มันคงมีสองฝั่ง(ไม่รู้ว่าฝั่งนึงเบาฝั่งนึงหนักรึป่าว555) เพราะมีการลังเลว่าจะไปทางไหน หันหัวมองซ้ายขวาซ้ายขวาอยู่สองรอบ มือก็จับสายเป้ไปด้วย โอยยยยยย ไม่ไหว แค่เข้าห้องน้ำก็พาองค์อีกรอบ

น้องกินข้าวอะไรไป เจ๊ๆก็รออยู่ข้างล่างไป ก็เห็นลุกขึ้นลุกลงไปตามประสา กินเสร็จก็เดินลงมาอย่างเก๊ก มาดดี ทิ้งโค้งหักศอก หมวกหล่นค่ะ555 หมวกไหมพรมสีดำที่ถือตั้งแต่มาถึงและก็ยังคงถืออยู่(จะถือทำไม - -) เลยนั่งยองๆลงไปเก็บ หมดกันกับมาดเท่ห์ๆเมื่อกี๊ แวะเอาโทรศัพท์ที่ไปทำไว้ เดินเข้าไปช๊อปของ... ที่คุณก็รู้ว่าอะไร(หลายกล่องทีเดียว) น้องเราออร่าออกจิงๆนะ เดินไปไหนมีแต่คนมอง พนักงานอะไรวิ่งกี๊ดๆกันไปขอลายเซ็นต์

แล้วเดินไปเพื่อไปขึ้นรถไฟ ช่วงนี้ต้องหลบกล้องอย่างรุนแรง ถ้ามองขึ้นไปจะเห็นเหล่าชะนีแปะกระจกพร้อมกล้องกันอยู่ คือส่องกันจนลงบันไดเลื่อนไปถึงด้านล่างก่อนขึ้นรถไฟนั่นแล(มันส่องได้เห็นจริงๆ แต่จากที่สูงมาก) ก็เดินๆกันตามขึ้นรถไฟกันไปโบกี้สุดท้าย ขอปะหน้าน้องอย่างตั้งใจซักหน่อย น้องก็กดโทรศัพท์ไรไป จิงๆมีอีกจุดที่องค์อีกจุด โรคจิตส่วนตัว5555 คือเวลาขึ้นลงบันไดเลื่อนช่วงไปขึ้นรถไฟ หรือลงรถไฟมาที่เทอ2แล้ว น้องจะชอบคุย แล้วเราจะได้ยินเสียงน้องอะ พอได้ยินก็ดีใจตื่นเต้น งิงะไป ><



งวดนี้น้องมาถึงเครื่องเวลากำลังโอเค ก็เลยเดินไปห้องที่คุณก็รู้ว่าห้องอะไร แล้วออกมาเข้าห้องน้ำ นานมากกกก เป็นสิบนาทีอะ อันนี้เอาจิงๆ ขี้แน่นอน จะเสริมหล่อก็คิดว่าไม่ใช่ เพราะหล่ออยู่แล้ว(โฮกกกกกก) ออกจากห้องน้ำก็กลับเข้าไปห้องนั้นใหม่ งง คือปวดขี้กะทันหันเลยต้องวิ่งออกมาก่อนงี้เหรอ55555 เสร็จกิจอะไรกันไปก็พร้อมขึ้นเครื่องซะที แล้วเค้าคงสติแตกไปหน่อย(แตกแบบเงียบๆนะ) ก็เดินตามหลังไปแบบลอยๆ น้องดันหันหลังกลับมาคือหาพี่แดนเซอร์ แต่ดันมาเจอกะเหรี่ยง2คนนี้แทน(เห็นน้องทำหน้าผงะเล็กน้อย555) จนถึงหน้าเกท เอ้า... พาสปอร์ตตรูไปไหน - - รื้อทั้งกระเป๋าไม่มี เลยต้องวิ่งกลับไปดูตรงที่นั่งรอน้อง ปรากฏว่าวางลืมไว้ นั่นไง ลอยตามน้องไปของอะไรไม่สนใจ สำคัญเสียด้วย T T

รอบนี้ติดขัดปัญหาที่ว่าไปตอนต้น บิสเบิสไรเลยไม่ได้นั่ง แต่ก็ตัดสินใจกันหลายรอบแล้วนะว่าจะเอาไง ก็ปล่อยน้องละกัน5555 ช่วงก่อนเครื่องขึ้นก็มองเห็นว่าน้องนั่งริมหน้าต่าง15A พี่ญาตินั่ง15B... ระยะทางขากลับนานกว่าขามา - - ไม่ถึงซักที กินข้าวดูหนังได้นิดหน่อย ก็หลับ(คือง่วงตลอดเวลา - -) จนเครื่องแลนด์ เปิดโทรศัพท์นี่ทั้งสายเข้าทั้งบีบี มากันให้รึ่ม ต้องบอกทุกคนว่าใจเย็นๆ เครื่องเพิ่งจอด ตอนเดินลงก็ผ่านบิส น้องกับพี่ญาติยังนั่งอยู่ เห็นชี้ชวนกันไปนอกหน้าต่างตรงบันไดทางลง(หวังว่าจะได้ลงทางเดิมหละสิแกร) ก็มายืนรอน้องด้านนอกแป๊บนึง น้องก็ออกมา ขึ้นรถกอล์ฟ กอดเป๋าไปยิ้มไป น่าร๊ากกกกก อินี่ก็วิ่งตามนะ ได้สองช่วงบันไดเลื่อนเท่านั้น ก็ปล่อยไป หมดแรง เหนื่อยป๊ายยยยยยย มาถึงตรงตม.ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดจากด้านน้องแระ ถ่มทลายจนเสียงเข้ามาด้านในอะ คือคนแถวนั้นนึกว่าศลปอยู่ด้านใน เสียงมันกระหึ่มตีกลับเข้ามาในตัวตึก จากโครงสร้างอันดีเลิศของสนามบิน555




การไปรอบนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างไปอีกแบบบอกไม่ถูก ทั้งความรู้สึกตัวเองที่ตัดสินใจไป กลับมาแล้วอิ่มเอมแค่ไหน ฟินมั้ย ยังบอกตัวเองไม่ได้เลย (แต่จนถึงวันนี้ ขอบอกว่าถึงจะไม่รู้ว่าฟินที่สุดมั้ย จะยังไง แต่รู้ว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ทำ รักน้องขึ้นอีกหลายเท่าและองค์ในสิ่งที่น้องเป็นอยู่หลายเพลา ><) แล้วอีกอย่างคือมันไม่ได้เจอน้องนาน ถามว่าจะรู้มั้ยว่าน้องจำได้หรือไม่ได้ อันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่น้องก็แบบอยู่กับเราอย่างปลอดภัยอะ...ในการตามอะไรแบบนี้ สิ่งที่ปรารถนาเลยคืออยากให้น้องไว้ใจเชื่อใจเรา คือเราอยู่ใกล้ๆแต่เราจะไม่ทำอะไร ก็เลยเหมือนได้เดินเคียงกันไปกับน้องแบบสบายๆ รู้สึกดีมากๆเลยอะ แล้วก็ไม่มีใครให้ดึงสายตาด้วย กร๊ากกกก ปกติจะต้องแอบมองมิกบ้างไรบ้าง ><


จบทริปสิ้นคิดไปแบบยาว (ไม่รู้จะเวิ่นเว้อและพร่พเพ้อไปไหน - -)



นี่แจมาอยู่ไทยอาทิตย์กว่า เพิ่งเจอแค่วันทูไนท์โชว์ คือถามว่าอยากเจอมั้ย อยากนะ แต่ต้องไปนั่งรอตามรร.ก็ไม่ทำอะ มีวันที่น้องไปพารากอน ตอนรู้นี่คือเพื่อน(ที่ไม่ได้ชอบ)โทรมาบอก ว่าเจอแจแบบบังเอิญมากๆ ก็แจ้นออกจากห้องไป แต่ไม่ทัน คลาดไปนิดเดียว แต่ก็ไม่ได้อะไร วันทูไนท์โชว์ก็ตั้งใจจะไปอยู่แล้ว อยากดูน้องอัดรายการ ปกติน้องไม่เคยอัดรายการอะไรแนวนี้ที่ต่างประเทศเลย(ไม่นับรวมเจปอง) แล้วก็สมดั่งที่ตั้งใจไปดู น่ารักมากกกกกก สุดๆๆๆๆ ที่สุดในแปดโลกกกกก ทำหน้าน่ารัก เขิลอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ตอบคำถามดีมากๆ ยิ่งคำถามที่ล่ามแปลผิดแล้วแจตอบว่า “ถ้าผมบอกเหตุผลว่าทำไมเลือกไทยเป็นประเทศแรก แฟนๆประเทศอื่นรู้ต้องน้อยใจ” เอาใจไปเลย แสดงว่าเลือกไทยเพราะมีเหตุผลจริงๆ อย่าทำให้ไทยเป็นประเทศสเปเชียลไปมากกว่านี้ เจ๊จะตายเอา โฮกกกกกกกกกกก


จากวันทูไนท์โชว์จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้ออกไปเจอแจอีกเลย บ้านก็ไม่กลับนะ อยู่ที่คอนโด แต่ก็ไม่ไปตาม ให้อารมณ์แบบขออยู่ในเมืองใกล้ๆแบบนี้ไปก่อน555 เมื่อคืนก็รู้ว่าน้องไปซ้อม รู้ตอนน้องเพิ่งไปถึง ยังไงก็ไปทัน ก็ยังไม่ไป คือตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมไม่ไป เหตุผลมันคืออะไร มันเป็นความขัดกันระหว่างความอยากกับไม่อยาก แล้วพอน้องมันน่ารักไรงี้ ก็มีแค่ความรู้สึกเสียดายแต่มันไม่ได้นอยอะ (เพี๊ยนๆหวะกรู - -) คือคิดว่าเพราะอยู่คนเดียวด้วยมั้ง แล้วรถไม่มี แรงขับมันเลยต่ำ ถ้าอยู่กะเพื่อนอยู่นอกบ้าน ณ เวลานั้น คงไปเหมือนกันแหละ เรื่องเล่าเมื่อคืนแจก็น่ารักได้ใจ จะเซอวิสให้แฟนตายกันไปไหน กลัวคนไม่รักเหรอ หา!!! แต่มาไทยรอบนี้ มีความสุข อารมณ์ดีจริงๆ ^^





ขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้...


ณ วันนี้ก็รักแจมากขึ้นอีก จากสิ่งที่แจทำ สิ่งที่แจแสดงออก มันทำให้เราตกหลุมลึกลงไปแบบไม่รู้ตัว รักมากเลยยยยยยยยยยยย องค์!!!!!!

 
ลป... มาอัพแบบเงียบๆไม่ได้บอกใคร และคงไม่มีใครรู้ (จะมีใครเข้ามาอ่านหละหา!!!)